รับผลิต ครีม

ByEli Mitchell

Feb 28, 2022 , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,
รับผลิต ครีม

รับผลิต ครีม

รับผลิต ครีม เป็นโรงงานรับผลิตเครื่องสำอาง สบู่ และอาหารเสริม ยุคใหม่ มีความตั้งอกตั้งใจที่จะผลิตสินค้าและบริการ เพื่อสนองตอบลูกค้ามีความต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องสำอาง สบู่ และอาหารเสริมของตนเอง แบบ One-Stop Service ชมแลตั้งแต่วิธีการคิดสูตรตามความต้องการของผู้บริโภค ออกแบบสินค้า โลโก้สินค้า ขึ้นทะเบียน อย. ออกแบบฟอร์มส่งออกต่างประเทศ และยังมีบริการให้คำปรึกษาด้านการตลาดแบบครบวัฏจักร ด้วยงบราวๆเริ่มตอนนี้ตั้งแต่ต้นเพียง 50,000 บาท หรือ 500 ชิ้นก็สามารถสั่งผลิตผลิตภัณฑ์เป็นเจ้าของแบรนด์กับบริษัทฯ ได้

บทความ - โรงงานผลิตอาหารเสริม โรงงานรับผลิตครีม รับผลิตอาหารเสริม OEM

ครีมบำรุงเลือกเช่นไรให้เหมาะสมกับผิว ?

ครีมบำรุง ไม่เพียงแต่มีคุณลักษณะช่วยเพิ่มเติมอีกความชื้นแก่ผิว โรงงานผลิตครีม แต่ยังช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และรู้สึกตัวฟูผิวที่ไม่เรียบกร้านให้เนียนนุ่ม แต่ในท้องตลาดเดี๋ยวนี้มีครีมบำรุงหลากหลายประเภทให้เลือกเฟ้นใช้ สาว ๆ ก็เลยควรเลือกใช้ครีมบำรุงที่ดีและเหมาะสมกับสภาวะผิวของตัวเองด้วย เพื่อความสามารถสูงสุดสำหรับในการดูแลผิวพรรณ

ครีมบำรุง คือ อะไร ?

ครีมบำรุงคือ สินค้าเพิ่มเติมอีกความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ช่วยรู้สึกตัวฟูผิวแห้งกร้านค้า ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ คุ้มครองป้องกันผิวจากสิ่งเปรอะเปื้อนภายนอก บรรเทาอาการผิวหนังอักเสบชนิดไม่รุนแรง ลดเลือนริ้วรอยร่องตื้น และช่วยปรับสภาวะผิวก่อนลงเครื่องสำอาง ครีมบำรุงก็เลยสำเร็จิตภัณฑ์ที่สาว ๆ ควรใช้และมีติดตัวไว้

แม้กระนั้น ผู้ใช้ควรที่จะเลือกครีมบำรุงที่เหมาะสมกับเค้าหน้าผิวของตนเองเอง รับผลิต ครีม โดยครีมบำรุงที่ซื้อขายตามท้องตลาดมีหลายชนิดและต้นแบบ ทั้งโลชั่น สเปรย์ ครีม และขี้ผึ้ง ซึ่งมีรูปพรรณเฉพาะที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้น

-โลชั่น เหมาะสมกับผิวที่มีขนดกหรือผิวรอบๆที่เป็นผื่นผิวหนังอักเสบ เนื่องจากว่าโลชั่นมีเนื้อบางเบา นำมาซึ่งการทำให้เกลี่ยได้ง่าย แต่มีความเข้มข้นออกจะน้อย

-ครีม เนื้อครีมมีรูปพรรณไม่มันเยิ้มจนเกินความจำเป็นและสามารถซึมไปสู่ผิวได้เร็ว จึงเหมาะสำหรับใช้ทาเวลาวัน

-สเปรย์ เหมาะกับฉีดพ่นผิวรอบๆที่เข้าถึงได้ยาก และผิวที่มีอาการอักเสบหรือติดเชื้อซึ่งไม่ควรใช้มือรับรู้

-ขี้ผึ้ง เหมาะสมกับผิวแพ้ง่ายและผิวแห้งกร้านค้า รับผลิต ครีม เนื่องด้วยส่วนใหญ่ครีมชนิดนี้ไม่มีส่วนที่นำมาผสมกันของสารกันบูดและยังมีความเข้มข้นสูงด้วย เมื่อชโลมลงบนผิวอาจจะส่งผลให้รู้สึกมันและลื่น จึงควรที่จะใช้ก่อนเข้านอนและไม่แนะนำให้ใช้กับผิวบริเวณที่เป็นผื่นผิวหนังอักเสบ

ส่วนที่นำมาคลุกเคล้าของครีมบำรุง

ในตอนนี้มีครีมบำรุงให้เลือกใช้หลายแบรนด์ แต่ละยี่ห้ออาจจะมีสี กลิ่น และสารบางจำพวกต่างกัน แต่โดยธรรมดามักประกอบด้วยส่วนผสมตั้งแต่นี้ต่อไป

-น้ำ ผู้คนจำนวนมากคงคิดว่าครีมบำรุงที่มีส่วนที่นำมาผสมกันของน้ำมันจำนวนมากจะช่วยรู้สึกตัวฟูผิวที่แห้งได้ดิบได้ดี แต่จริง ๆ แล้วน้ำมันไม่ได้ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขึ้นได้เหมือนน้ำ เนื่องจากว่าผิวแห้งกร้านขายของมีสาเหตุมาจากการขาดน้ำ วิธีใช้สินค้าที่มีส่วนที่นำมาคลุกเคล้าของน้ำจำนวนมากจึงมีประสิทธิภาพมากยิ่งกว่าในการเพิ่มเติมความชื้นแก่ผิว ซึ่งครีมบำรุงโดยมากเป็นสารประสมระหว่างน้ำกับน้ำมัน เพราะเหตุว่าน้ำจะระเหยไปอย่างรวดเร็วทันใจเมื่อทาลงบนผิว จึงห้ามให้ขาดเลยเด็ดขาดควรจะมีน้ำมันช่วยโอบอุ้มน้ำเอาไว้ให้ผิวดูดซึมน้ำในครีมได้มากขึ้น

-สารคุ้มครองป้องกันการระเหยของน้ำ เป็นส่วนที่นำมารวมกันที่ช่วยให้น้ำในครีมบำรุงระเหยช้าลง ดังเช่น ปิโตรเลียม เซตทิลแอลกอฮอล์ (Cetyl Alcohol) ลาโนลิน (Lanolin) พาราฟิน (Paraffin) เลซิทิน (Lecithin) กรดสเตียริก (Stearic Acid) น้ำมันจากแร่ธาตุ (Mineral Oil) และซิลิโคน ฯลฯ ส่วนครีมบำรุงผิวที่กล่าวถึงว่าไม่มีส่วนที่นำมารวมกันของน้ำมันหมายถึงสินค้าที่ปราศจากน้ำมันจากแร่ธาตุและน้ำมันจากพืช แต่คงจะใช้ซิลิโคนเป็นสารป้องกันการระเหยของน้ำแทน

-สารดูดความชุ่มชื้น มีคุณสมบัติชมดความชื้นจากอากาศและระดับหนังแท้มาไว้ที่ลำดับชั้นหนังเด็กกำพร้า ดังเช่นว่า กลีเซอรีน (Glycerin) น้ำผึ้ง วิตามินบี 5 ซอร์บิทอล (Sorbitol) และยูเรีย (Urea) ฯลฯ อย่างไรก็ตาม สารดังที่กล่าวถึงมาแล้วอาจทำให้ผิวแห้งเพิ่มมากขึ้นถ้าหนังกำพร้าไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ำที่ชมดซึมมาได้ ก็เลยจำเป็นมากควรจะมีสารคุ้มครองปกป้องการระเหยของน้ำช่วยโอบอุ้มน้ำไว้ที่หนังลูกกำพร้าด้วย

-สารเคลือบร่องผิวหนังลำดับขั้นบน เป็นสารที่ช่วยให้ผิวเรียบลื่น ซึ่งซิลิโคนและสารดูดความชื้นบางชนิดในครีมบำรุงก็คงมีคุณลักษณะช่วยเคลือบร่องผิวหนังชั้นเชิงบนได้เช่นกัน

-วิตามิน กรดเรทิโนอิก (Retinoic Acid) เป็นวิตามินเอจำพวกหนึ่งที่มีคุณลักษณะช่วยลดเลือนริ้วรอยโดยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจน แต่ผู้ประกอบการบางรายอาจใช้วิตามินเอในรูปของเรทินิลปาล์มมิเทต (Retinyl Palmitate) ซึ่งไร้คุณสมบัติลดเลือนริ้วรอยแต่ทำหน้าที่คล้ายสารดูดความชุ่มชื้น และครีมบำรุงบางยี่ห้ออาจมีวิตามินซีหรือวิตามินอีเป็นส่วนประกอบ เพราะมั่นใจว่ามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่คงจะส่งคุณประโยชน์ต่อผิว อย่างไรก็แล้วแต่ สิ่งแวดล้อมภายนอกก็อาจจะเป็นผลให้ประสิทธิภาพสำหรับเพื่อการบำรุงผิวของวิตามินทั้ง 2 ประเภทนี้ลดน้อยลงไปได้เช่นเดียวกัน

-เมนทอล สารชนิดนี้มักเป็นส่วนประกอบในครีมบำรุงที่มีสรรพคุณบรรเทาอาการคัน เนื่องด้วยให้ความรู้สึกเย็นข้างหลังทาซึ่งคงช่วยลดอาการคันได้

การเลือกใช้ครีมบำรุงให้เหมาะสมกับสภาวะผิว

ผิวทั่วไป ถ้าผิวไม่มันและไม่แห้งจนเกินไป ควรที่จะทำการเลือกใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมหลักเป็นน้ำและซิลิโคนประเภทเบา เป็นต้นว่า ไซโคลเมทิโคน (Cyclomethicone) เหตุเพราะมีเนื้อบางเบาและไม่เหนียวเหนอะหนะ

ผิวมัน หลายๆคนมองว่าผิวมันไม่จำเป็นที่ต้องใช้ครีมบำรุง แต่คนที่มีผิวมันควรใช้ครีมบำรุงเพื่อจะป้องกันผิวหลังล้างหน้าหรือใช้สินค้าใด ๆ ที่ส่งผลให้ผิวสูญเสียความชื้น โดยการเลือกครีมเนื้อโลชั่นที่ชี้เฉพาะไว้ว่าไม่อุดตันรูขุมขน เพื่อลดโอกาสการกำเนิดสิว

ผิวแห้ง เหมาะสมกับครีมบำรุงที่มีส่วนที่นำมาผสมกันหลักเป็นน้ำมัน และควรใช้ผลิตภัณฑ์ให้ความชื้นแก่ผิวที่ทำมาจากปิโตรเลียมบนผิวหนังรอบๆที่แห้งและหยาบกร้านมาก เพราะเหตุว่ามีคุณภาพสำหรับในการกักเก็บน้ำไว้ที่ผิวได้นาน

ผิวแพ้ง่าย เป็นผิวที่ไวต่อสิ่งรบกวนภายนอก โดยเฉพาะสารเคมีและสภาพอากาศ ซึ่งทำให้มีการเกิดอาการระคายเคือง มีผื่นแดง ตุ่มนูน รู้สึกคัน หรือแสบผิวได้ไม่ยาก จึงควรเลือกครีมบำรุงผิวที่ใช้ส่วนที่นำมารวมกันหลักจากธรรมชาติและอ่อนโยนต่อผิว อาทิเช่น คาโมมายล์ ว่านหางจระเข้ เป็นต้น รวมถึงหลบหลีกวิธีการใช้ครีมที่แต่งสีแต่งกลิ่นหรือมีกรดเป็นส่วนประกอบ

ผิวผู้สูงวัย อายุที่เสริมเติมมากขึ้นนำมาซึ่งการทำให้สมรรถนะในลักษณะการทำงานของต่อมไขมันใต้ผิวหนังลดลงจนผิวแห้งแตกเพิ่มมากขึ้น ก็เลยควรจะเลือกครีมบำรุงที่มีส่วนที่นำมาคลุกเคล้าหลักเป็นน้ำมันและปิโตรเลียม เพื่อจะคงความเนียนนุ่มและชุ่มชื้นแก่ผิว และครีมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระหรือเอเอชเอเป็นส่วนประกอบ เพื่อที่จะชะลอการกำเนิดริ้วรอย

ผิวหน้าเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร แบบนี้ควรต้องรีบชมแลโดยด่วน !

ผิวหน้าเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร ข้อขัดแย้งผิวบทบาทพาให้สาว ๆ ไม่สบายใจในวัยที่ไม่เคยมีความรู้สึกว่าจะมี แล้วอย่างนี้จะมีทางแก้หรือทางคุ้มครองได้ยังไงบ้าง เพื่อที่จะไม่ให้ผิวห่วยและพังมากไปเพิ่มขึ้น มาดูกัน
อุปสรรคผิวเหี่ยวย่นก่อนวัยอันควรจะ นับเป็นสิ่งที่สาว ๆ สัมผัสไม่สบายใจและไม่ต้องการที่จะอยากให้กำเนิดสังกัดตัวเอง เนื่องจากริ้วรอยพวกนี้นอกจากนั้นจะรู้สึกตัวฟูได้ยากแล้ว ผิวบทบาทเคยแลชมแจ่มแจ้งใส อ่อนเยาว์ ก็อาจจะถูกพรากไปพร้อมความเหี่ยวย่นนั้นด้วย ทราบอย่างนี้แล้วถ้ายังชะล่าใจ ไม่ยินยอมอ่อนข้อเริ่มต้นบำรุงผิวซะตั้งแต่เนิ่น ๆ ระวังจะถูกเรียกป้าให้เจ็บปวดกระดองใจเอาได้ !

ด้วยประการฉะนี้เพื่อที่จะรักษาให้ลักษณะอ่อนเยาว์ไม่มีริ้วรอยอยู่คู่กับเราไปอีกนาน วันนี้กระปุกดอทคอมขอนำเคล็ดลับจัดแจงผิวเหี่ยวย่นก่อนวัยมาฝากกัน ถ้าสาว ๆ เอามาปรับใช้พร้อมปฏิบัติอย่างมีวินัย การันตีว่าผิวหน้าจะสดใสและดูเด็กจนคนใดก็เดาอายุไม่ถูกเลยทีเดียว

1. คัดสรรค์ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเพื่อลดเลือนริ้วรอยโดยยิ่งไปกว่านั้น

ไวท์เทนนิ่งหรือมอยส์เหน้าจอไรเซอร์ทั่วไป อาจช่วยดูแลแค่เรื่องความแจ้งชัดใสและคุ้มครองป้องกันไม่ให้ริ้วรอยตื้น ๆ มาเยือนบนผิวหน้าแค่นั้น แต่ถ้าคนใดกลัวตีนกาหรือริ้วรอยร่องลึกที่รักษายาก เสนอแนะให้เฟ้นใช้สินค้าที่มีสารบำรุงเพื่อต่อต้านผิวเหี่ยวย่นโดยตรง จึงจะสามารถประคองผิวสวยเนียนกระชับเต่งตึงเหมือนวัยสาวไว้ได้ช้านาน ๆ และที่สำคัญผลิตภัณฑ์นั้นต้องผ่านการพยายามจากทีมแพทย์ผู้ที่มีความชำนาญด้วยว่าใช้แล้วเห็นผลจริง

2. หมั่นเติมความชุ่มชื่นให้ผิว

เพื่อที่จะกระตุ้นการผลิตการจัดการงานและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวหนัง สาว ๆ ควรจะเลือกใช้สินค้าบำรุงให้เหมาะกับสภาพผิว รวมทั้งควรเติมความชุ่มชื่นให้ผิวให้อยู่เสมอ แม้จะมีผิวมันก็ตาม โดยอาจจะเลือกใช้เป็นเดย์ครีมและไนท์ครีมที่สกัดมาจากสมุนไพรอย่าง ว่านหางจระเข้ กรดผลไม้ หรือน้ำมันสกัดต่าง ๆ เป็นต้น

3. บำรุงผิวด้วยวิตามินแบบจัดเต็ม

การบำรุงเพื่อจะเสริมสร้างความแข็งแรง ให้ผิวสามารถทำได้ด้วยการคัดสรรค์ใช้สารแอนตี้ออกซิแดนซ์ที่มีส่วนช่วยลดและต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ วิตามินอี วิตามินซี วิตามินเอ คอลลาเจน และโคเอนไซน์คิว โดยคงทำเป็นสูตรมาส์กหน้าจากธรรมชาติ ทั้ง มาส์กผลไม้, มาส์กโยเกิร์ต หรือมาส์กโคลน ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้สามารถช่วยปรับสภาวะผิวให้ดูสดชื่นเปล่งปลั่งได้มากขึ้น

4. ครีมกันแดด ห้ามขาด !

อากาศและแสงแดดในบ้านเรานับว่าร้อนและปรับเปลี่ยนอยู่เป็นประจำ ด้วยเหตุนั้นเพื่อที่จะไม่ให้ผิวหน้าโดนรังสียูวีทำร้ายผิวจนเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นและความหม่นหมองคล้ำ สาว ๆ ควรจะคุ้มครองผิวก่อนไปจากบ้านทุกครั้ง (แม้จะไร้แดดก็ตาม) โดยการเลือกใช้ครีมกันแดดที่ควรค่า SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปทาบาง ๆ ให้ทั่วลักษณะและลำคอ หลังจากนั้นก็เลยแต่งหน้าหรือทาแป้งตามเดิม

คุณประโยชน์วิตามินแต่ละชนิดในครีมบำรุงผิว

ครีมบำรุงผิวในปัจจุบันมักอุดมไปด้วยสารสกัดและวิตามินชนิดต่าง ๆ เป็นองค์ประกอบ นำมาซึ่งการทำให้มีความหลากหลายสำหรับในการคัดเลือกใช้งานตามความต้องการ ซึ่งวิตามินที่อยู่ด้านในครีมบำรุงผิวส่วนมากเป็นต้นว่า

วิตามินA เป็นวิตามินที่ช่วยสำหรับการบำรุงผิวให้มีความเรียบเนียน ปฏิบัติภารกิจเสริมและสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ผิว รวมถึงลดการระคายเคืองให้แก่ผิวจากแสงแดดและมลภาวะต่าง ๆ
วิตามิน B3 เป็นวิตามินที่ช่วยในเรื่องของการลดเลือนริ้วรอย เนื่องมาจากช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิว รวมไปถึงการเพิ่มเติมอัตราการผลัดเซลล์ผิวเก่า
วิตามินC ช่วยบำรุงและเสริมสร้างคอลลาเจน อีกอีกทั้งที่ปฏิบัติภารกิจสำหรับการกำจัดอนุมูลอิสระ บำรุงผิวให้สว่างกระจางใส
วิตามิน E เป็นสารต้านอนุพันธ์อิสระ ป้องกันการกำเนิดมะเร็ง เมื่อใช้บ่อยๆจะทำให้ผิวหนังมีความอ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น ชมอ่อนกว่าวัย
วิตามินF ลดการอักเสบและการระคายเคืองจากภาวะต่าง ๆ ของผิวหนัง ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ไม่แห้งตึง
วิตามินK ส่วนใหญ่มักพบเจอในอายครีม เนื่องด้วยสามารถช่วยในเรื่องของการลดความหม่นคล้ำของผิวหนังใต้ดวงตาได้เป็นอย่างดี รักษาความยืดหยุ่นของผิวหนัง และลดรอยฟกช้ำ เส้นเลือดขอด และรอยแผล รอยแตกลายของผิวให้ชมจางลง
จะเห็นได้ว่าวิตามินแต่ละชนิดมีประโยชน์และแก้ไขปัญหาให้กับผิวหนังแต่ไม่เหมือนกันไป
ซึ่งข้อมูลข้างต้นจะมีผลให้การเลือกเฟ้นซื้อครีมบำรุงผิวเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น

HOME